วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2558

[Thomas x Newt] Behind the scenes [The Maze Runner Yaoi Fiction]

      ได้ยินเสียงนั่นไหม?มือเรียวชี้ขึ้นข้างบนอย่างไร้จุดหมาย ไม่ใช่ว่าต้องการให้ใครมองตาม แต่มืออีกข้างที่ป้องที่หูของเขาเองเป็นเครื่องบ่งชี้อีกอย่างว่าให้ฟังเสียงบางอย่างที่ดังมาจากเบื้องบนนั่นเอง
      “…” คู่สนทนาของเขานิ่งเงียบ ดวงตาฉายแววสงสัยก่อนที่จะเงี่ยหูฟังตาม
      กรึก...กรืด... ครืนนนนนนน ครึก... กึก..
      ราวกับเสียงของหนักๆที่ถูกครูดไปตามพื้นคอนกรีต จะว่าต่างก็ไม่ต่าง เพราะแท้จริงแล้ว
      มันเป็นเสียงของวงกต ที่เคลื่อนสลับที่ไปมาทุกๆคืนนิวท์ หนึ่งในชาวทุ่งที่อยู่มาราว 3 ปีอธิบายขึ้นเพื่อคลายข้อสงสัย แผ่นหินที่หนักอึ้งนั้นกำลังขยับไปมา คำพูดที่ไม่น่าเชื่อแต่กลับหนักแน่นไปด้วยข้อมูลความจริงที่เป็นหลักฐานปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขา
      โทมัส ทำได้แค่มองเด็กหนุ่มรุ่นพี่ตรงหน้า ในจังหวะที่อีกฝ่ายหันกลับมามองพอดี
.
.
.
      พรืดดด
      ฮ่าๆๆๆ
      อยู่ๆทั้งคู่ก็หัวเราะออกมา ทั้งๆที่ร่างที่เพรียวบางกว่ายังเคี้ยวหมูปิ้งเสียบไม้ในมือไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำลายของเขาแตกฝอยออกมาเล็กน้อย แต่คงไม่มีใครสนใจแล้วล่ะในเวลานี้
      ค้าาาท!! โธ่... เมื่อไรพวกนายจะเลิกขำเวลามองหน้ากันสักทีฮะ?เวส ผู้กำกับคนเก่งลดระดับโทรโข่งก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเคร่งเครียดหันมาหัวเราะบ้าง เมื่อเห็นว่าเจ้าสองตัวแสบตรงหน้ายังกลั้นขำอยู่ในลำคอไม่หยุด โดยเฉพาะ โทมัส ที่ผิวขาวจัดจนตอนนี้ใบหน้าเรื่อไปด้วยสีแดงแทบทั้งหน้าแล้ว
      โทษทีครับ ฮ่าๆดีแลน ยกฝ่ามือขึ้นกลายๆประกอบคำขอโทษ ก่อนจะยกโหลน้ำที่ในเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ที่เขากำลังแสดงอยู่บอกไว้ว่า มันจะช่วยให้ขนหน้าอกดกดำขึ้นมาจิบเล็กน้อย... โชคดีที่จริงๆแล้วมันเป็นแค่น้ำซุปมะเขือเทศรสเยี่ยม

      เอาใหม่นะ
      กล้องพร้อม นักแสดงพร้อม เทปเดินซีน 7 คัท 2 เทค 3
      แอคชั่น!”
      เสียงสเลทกระทบกันดัง กึก!’ เป็นสัญญาณเพื่อเตือนให้นักแสดงในฉากทุกคนเข้าสู่บทบาทแห่งตัวละครอีกครั้ง
      เริ่มต้นด้วยความเงียบสงัดที่แผ่ซ่านไปโดยรอบ ก่อนที่ทั้งคู่จะพูดบทของตัวเองออกมาอย่างลื่นไหล สมกับเป็นนักแสดงมืออาชีพ จนกระทั่งมาจบลงที่บทพูดของ โทมัส หรือ นิวท์ ในเรื่อง
      มันเป็นเสียงของวงกต ที่เคลื่อนที่สลับกันไปมาอยู่ทุกคืน…” ดวงตาที่จริงจังกับคิ้วที่ขมวดแน่นถูกสื่อให้อีกฝ่ายที่นั่งอยู่ข้างๆกัน
      ดีแลนกลืนน้ำลายเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองดวงตาสีน้ำตาลเข้ม
      ก่อนจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่ชวนให้คิดว่ามีเลศนัย
      คอของเขาค่อยๆเอียงไปฝั่งซ้าย ในจังหวะที่ส่งซิกผ่านดวงตาไปให้อีกฝ่าย พร้อมกับยื่นใบหน้าไปใกล้ๆ
      โทมัสเลิกคิ้วก่อนจะค่อยๆเอียงคอตามไปอีกฝั่ง และค่อยๆยื่นใบหน้าตามไปบ้าง เขารู้สึกได้ถึงมือชื้นเหงื่อของตัวเองที่กำไม้เสียบหมูปิ้งไว้แน่น
      แต่แล้วดีแลนก็รีบผละหน้าออกก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะไม่หยุด พาลให้ผู้กำกับถอนใจแล้วยอมพักกองแต่โดยดี
     
      ไม่เป็นไรๆ ยังไงวันนี้ช่วงกลางวันก็ได้มาเยอะเกินกว่าที่คิดไว้แล้วล่ะ ยังไงก็พักกันสักครึ่งชั่วโมงเถอะสิ้นเสียงของผู้กำกับ ทุกคนก็โห่ร้องปรบมือด้วยความยินดี กองเพลิงที่ปะทุอยู่ตรงหน้านี่คงไม่พ้นการปิ้งมาร์ชเมลโล่วฉลองกันก่อนที่ไฟจะมอดแน่ๆ
เมื่อไรนายกับโทมัสจะเลิกเล่นกันสักทีเนี่ย?เจ้าของเสียงทุ้ม ไม่พ้นหนุ่มเอเชียตาหยีร่างบึ้กที่ค่อยๆเดินเข้ามาตบไหล่อีกคน เขาคือ ลี กีฮงนั่นเอง
      ก็ช่วยไม่ได้อะมองหน้าหมอนั่นทีไรก็นึกถึงแต่เรื่องน่าจั้กจี้ทุกทีเลยดีแลนหัวเราะเบาๆ
      หมายความว่ายังไง?กีฮงเอียงคอเล็กน้อยพลางเลิกคิ้วขึ้น
      เอาน่ะว่าแต่หายไปไหนของเขาแล้วเนี่ย?ร่างสูงพูดพลางกวาดสายตาไปมา
.
.
.
      ตลกนักรึไง?โทมัสถามด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ก่อนจะพ่นลมหายใจออกจากปลายจมูกรั้นพลางมองไปนอกเตนท์สีขาวหม่น
      โทษที โทษทีก็นะ ไม่นึกว่าจะคิดมากขนาดนี้นี่เด็กหนุ่มร่างอวบยกมือขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ แต่ก็ไม่วายกลั้นขำไม่อยู่จนน้ำลายแทบกระเด็นใส่หน้าฝ่ายตรงข้าม
      เอาที่สบายใจคิ้วสีคาราเมลขมวดเข้าหากัน เขามีความคิดออกมาแวบหนึ่งว่าการมาปรึกษา เบลค นี่เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดหรือเปล่านะ?
      เอาอย่างนี้นะขอทบทวนเรื่องราวอีกทีก่อน คือฉากเมื่อกี้ที่พี่กับเฮียดีแลนเล่นกัน เฮียเค้าทำท่าจะจูบแต่สุดท้ายก็มาขำใส่ พี่เลยอยากรู้ใช่มั้ยว่าทำไมเฮียเค้าทำงั้น?เบลคเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ก่อนจะเหยียดตัวตรงเป็นเชิงจริงจัง
      ฉันก็รู้น่ะแหละว่าเล่นแบบนี้ในกองถ่ายมันไม่แปลกหรอก แต่แบบอยู่ดีๆก็ทำขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย” โทมัสยักไหล่ ดวงตายังคงเหม่อมองออกไปข้างนอก
      “แล้วพี่จะคิดมากทำไม ดีซะอีก เรียกเรตติ้งเวลาทีมงานเอาไปทำเป็น Behind The Scenes ไงเบลคค่อยๆค้อมตัวมาข้างหน้า
      นายนี่เหมือน ชัค ตัวจริงชะมัดช่างมันเถอะ ฉันแค่คิดว่ามันเสียเวลาเปล่าๆล่ะมั้ง” ในที่สุดโทมัสก็หันกลับมามองคู่สนทนา
      “ถ้าอย่างนั้นพี่ไม่เห็นต้องมาปรึกษากับผมเลย เว้นแต่ว่าพี่จะรู้สึกอะไรบางอย่างกับการเล่นแบบนั้นของเฮียดีแลน”
      สิ่งที่เบลคได้กลับมามีแต่ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ดูเข้มขึ้นอีกระดับเพราะมันกำลังถลึงมาทางนี้เต็มกำลัง
      ไร้สาระน่า
      ไม่ไร้สาระหรอกถ้าพี่จะชอบเฮีย ผมสังเกตมานานแล้ว ใครๆในกองก็รู้หมดแล้วล่ะม้างอยู่ดีๆเด็กหนุ่มก็เอนพิงพนักเก้าอี้พลางทำหน้ารู้ทัน พาลให้ใบหน้าขาวขึ้นสีแดงจัด
      ฉันไม่ได้ชอบเว้ย…”
      อย่าโกหกตัวเองเลยคร้าบบผมไม่เคยเห็นพี่ตื่นมาชงกาแฟให้ใครตอนตี 5 นอกจากเฮีย ไม่เคยเห็นใครที่ยอมสละเสื้อโค้ทตัวเองให้ใครหลังจากเฮียถ่ายซีนวิ่งเหนื่อยๆมาในอากาศหนาวแบบนี้ แล้วก็ไม่เคยเห็นใครแอบมองเฮียบ่อยได้เท่าพี่แล้วล่ะในจังหวะนั้นโทมัสกำลังคิดว่าเขาอยากได้จอบมาขุดดินแล้วมุดหนีไปให้ถึงแกนโลก
      เรื่องนั้นจริงหรอ? ที่คนอื่นในกอง…”
      กว่า 80% ไม่น่าพลาดนะ ผมก็ไม่เคยถามหรอก แต่พี่ออกอาการชัดไปเอง
      เฮ้อ…” ไหล่กว้างห่อลงอย่างละเหี่ยใจ เขาว่าเขาก็ระมัดระวังที่สุดแล้วนะ
      เอาน่า การที่จะรักใครสักคนมันไม่ผิดหรอกครับถึงยังไง…”
      เออๆ ช่างมันเถอะ พอแล้ว เลิกคุยเรื่องนี้ ฉันแค่อยากมาระบายแต่กลับได้ข้อมูลที่น่าเครียดกว่าเดิมซะอีก ยังไงก็ขอบใจมาก…” โทมัสลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเดินไปที่ทางออก เขาชะงักเท้าก่อนจะหันกลับมาที่เบลคอีกครั้ง
      “ยังไงก็ตาม ห้ามบอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด เข้าใจ๊?”
      เรื่องอะไรหรอฮับ?เด็กหนุ่มเอียงคอก่อนจะส่งสายตายียวน
      เด็กเวรนี่
      ก็เรื่องทั้งหมดที่เราคุยกันไง
      ถ้าพี่ไม่บอกมาชัดๆ ผมก็ไม่รู้น้าว่าเล่าเรื่องไหนได้บ้างไม่ได้บ้าง
      ก็เรื่องที่ฉันชอบดีแลนไง!” ด้วยความโมโหเล็กน้อยที่ก่อตัวขึ้น ทำให้โทมัสเผลอหลุดปากย้ำชัดถึงความรู้สึกของตัวเองอีกครั้ง ก่อนที่จะผงะแล้วหันหน้าไปทางอื่น ถ้าหากสังเกตดีๆก็เหมือนว่าจะมีริ้วแดงขึ้นบนแก้มขาวทั้งสองข้าง
      “โว้ว… ผมนึกว่าพี่ถูกไข้วาบจัดการไปแล้วนะเนี่ย ฮ่าๆเบลคหัวเราะก่อนจะหน้าเหวอหลังถูกฝ่าเท้าฟาดข้างลำตัวกึ่งแรงกึ่งเบาจากอีกคน
      “ถ้างั้นออกไปกันเถอะ เดี๋ยวคนอื่นจะสงส…” พยางค์สุดท้ายราวกับร่วงหล่นลงไปในหลอดอาหาร เมื่อเขาเบิกผ้าใบเตนท์ออกมาแล้วเจอกับใครบางคนที่ไม่อยากจะเจอหน้าที่สุดพอดิบพอดี พาลเอาแทบเก็บอาการทางสีหน้าไม่อยู่
      อ้าว มาอยู่นี่เอง เวสตามหานายซะทั่วดีแลนกระดกแก้วน้ำสีใสในมือพลางชี้นิ้วโป้งข้ามไหล่ไปข้างหลัง ที่ทุกคนกำลังก่อกองไฟกันอย่างสนุกสนาน
      อ้ออื้มโทมัสพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่จะรีบวิ่งไปอีกทางหนึ่ง
      โอ๊ะ…” เสียงต่อมาคือเสียงของเบลคที่เพิ่งออกจากเตนท์ หน้าตาเขาดูตื่นตระหนกยิ่งกว่าโทมัสเสียอีก
      อ้าว เบลค…”
      ..วอทซับ เฮียเด็กหนุ่มร่างอวบยิ้มแหยๆ
      หืม?
      เมื่อกี้เฮียไม่ได้ยินอะไรใช่มั้ย? แบบว่าในเตนท์น่ะเบลคกระซิบราวกับว่าจะมีใครมาได้ยิน ทั้งๆที่เตนท์นี่ก็แค่เตนท์เก็บของหลังกองถ่ายที่ไม่ค่อยมีใครมาสุงสิงแท้ๆ
      ได้ยินนิดหน่อยตอนท้ายๆ…” ดีแลนยิ้มก่อนจะค่อยๆเลื่อนสายตาไปทางชายหนุ่มผมสีคาราเมลที่เพิ่งถึงตัวผู้กำกับของกอง แต่ทางที่ดี เฮียว่านายควรเล่าตั้งแต่เริ่มแรกนะรอยยิ้มที่ไม่อาจปฏิเสธได้ทำเอาคนตรงหน้าขนลุกซู่
.
.
.
สรุปก็คือจะมีการปรับเปลี่ยนบทตรงนี้นิดหน่อยนะ พวกนายสองคนไม่ต้องมองหน้ากันตรงนี้แล้ว ยังไงถ้าไม่มองมันอาจสื่อได้ดีกว่า เมื่อกี้ที่นายไม่อยู่ ฉันบอกดีแลนไปแล้วล่ะ ถ้ายังไงเอาไว้คืนพรุ่งนี้แล้วกัน ยังไงวันนี้ก็เลิกกองแล้วเวสแจกแจงบทให้กับคู่สนทนาที่พยักหน้าหงึกๆตอบรับตลอดเวลา
“โอเคครับโทมัสยิ้มให้ก่อนที่จะหมุนตัวกลับ คนตรงหน้าทำให้เขาใจกระตุกเป็นรอบที่ร้อยของวันนี้
ไม่ให้ซุ่มให้เสียงเลย ตกใจหมดร่างบางถอนหายใจออกมาพลางส่ายหัวเบาๆ
ที่นี่เป็นห้องนอนนายหรือไงกัน?ดีแลนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง โทมัสทำได้แค่ยักไหล่พลางคลี่ยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะเดินสวนไป แต่แล้ว
หมับ!’
แขนเพรียวถูกคว้าเอาไว้จนเจ้าของร่างรู้สึกเหมือนจะโดนโยนออกอย่างไรอย่างนั้น
อย่าเพิ่งไป ฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วย เจอกันอีก 10 นาทีที่เตนท์เก็บของหลังกองที่นายออกมากับเบลคน่ะ” ร่างสูงกระซิบเบาๆที่ใบหูของอีกฝ่าย ก่อนจะเดินผิวปากจากไปอีกทาง
ถ้าเขาหันกลับมาสังเกตอีกนิดหนึ่งก็อาจได้เห็นใบหูที่เปลี่ยนเป็นสีแดงจัดไปหมด
.
.
.
เท้าทั้งสองข้างเดินวนไปมาอย่างกระวนกระวาย ความคิดในหัวตีกันไปหมดราวกับน้ำที่กำลังเดือดพล่านและมีฟองปุดๆที่เบียดเสียดกันไปมา ก่อนจะแตกโพละแล้วผุดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง รู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วผิดปกติพร้อมไปกับการคาดเดาที่ไม่ต่างจากการตีตนไปก่อนไข้
เขาได้ยินเรื่องในเตนท์หรือเปล่า?
ทำไมถึงต้องมาคุยกันแค่สองคน?
เขาคิดไปว่าฉันกับเบลคมีความลับอะไรหรือเปล่านะ?
บ้าเอ๊ย…” โทมัสค่อยๆเลื่อนมือขวามาลูบใบหน้าตัวเองแรงๆหวังว่าจะสะบัดความคิดในหัวตนเองออกไปก่อน เมื่อไรคนที่นัดเขาจะมาสักทีเนี่ยนี่มันก็เกินสิบนาทีแล้วนะ
ไง?
อะ…”
แวบหนึ่งในความคิดโทมัสผุดขึ้นว่า ตายยากตายเย็น

นายสิ ว่าไง? มีอะไรหรอถามออกไปด้วยน้ำเสียงปกติอย่างที่รู้ๆในใจว่าพยายามกดกลั้นไว้แค่ไหน
นายคิดว่าที่นี่จะมีใครได้ยินที่เราพูดกันมั้ย?ดีแลนมองไปรอบๆพลางถามเหมือนไม่ต้องการคำตอบสักเท่าไร
ไม่รู้สิ…” ใจจริงร่างบางอยากจะบอกออกไปมากว่าถ้าจะมีใครมาได้ยินก็คงเป็นคนตรงหน้าที่มาได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับไอ้เด็กอ้วนนั่นมากกว่า
ดี
มีอะไรว่ามา นี่มันดึกแล้ว ฉันก็ง่วงเป็นนะ อีกอย่างข้างนอกนี่มันหนาวเป็นไปได้โทมัสก็อยากจะจบบทสนทนานี้เร็วๆ เขารู้สึกประหม่า
ฉันจะไม่พูดอะไรแล้วก็แล้วกันดีแลนยิ้มขึ้นมาดื้อๆ ทำเอาอีกคนหน้าเหวอ
หมายความว่าไง? นายเรียกฉันมาเพื่---“
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายเข้าไปในคอ

ถ้าพูดตามตรงก็เพราะริมฝีปากหนาของคนตรงหน้านั่นแหละที่เข้ามาประกบอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้ตั้งตัวใบหน้าของโทมัสรู้สึกร้อนผ่าว ถ้าเทียบกับในการ์ตูน ก็คงมีเครื่องหมายเควสชั่นมาร์คลอยอยู่รอบตัวเขาเต็มไปหมด อะไร? ยังไง? ทำไม? เพื่ออะไร?...
ไม่นานนักดีแลนก็ผละริมฝีปากออก ก่อนรอยยิ้มเหยียดกว้างจะเข้ามาแทนที่
ในกองถ่ายถ้าจะจูบจริงขึ้นมาคงเป็นเรื่องแต่ที่นี่ก็คงได้ดวงตาสีอ่อนที่หลุบต่ำลงมาเพื่อให้ประสานกับอีกฝ่ายกำลังบอกความรู้สึกอะไรบางอย่าง
หมะหมายความว่ายังไงฉันไม่เข้าใจน้ำเสียงหวานตะกุกตะกักยิ่งกว่าที่เคยเป็น ทุกอย่างมันประดังประเดเข้ามาจนทำให้เขาปรับตัวไม่ถูก
ก็ตอนที่ถ่ายฉากตรงขอนไม้ไงร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นเหมือนตัดสินว่าอีกฝ่ายเป็นคนเข้าใจอะไรยาก
เรื่องนั้นฉันรู้ แต่พวกเราก็แค่เล่นกัน นายจะมาจูบฉันจริงๆทำไมเล่า!”
“แต่ฉันได้ยินตอนที่นายคุยกับเบลคในเตนท์ตอนท้ายๆ แล้วฉันก็ให้เขาเล่าทุกอย่างที่นายไประบายใส่หมอนั่นดีแลนพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
สัญญาเฮงซวย โทมัสคิดในใจ
“…แล้วยังไง? นายเลยมาจูบฉันเพราะฉันชอบนายเนี่ยนะ? ถ้ามีแฟนคลับสาวๆมาบอกชอบนาย นายก็จะจูบกับทุกคนเลยงั้นสิ?” ใช่มันไร้เหตุผลเกินไปที่ดีแลนจะทำเรื่องแบบนี้
“…นายเป็นอะไรเนี่ยหน้าซื่อๆของคนตรงหน้าทำเอาโทมัสฟึดฟัดไม่หยุด
ฉันต้องถามมากกว่าว่านายน่ะเป็นอะไร อยู่ดีๆก็มาจูบฉันทั้งๆที่…”
ฉันชอบนาย
ใช่ ทั้งๆที่นายชอบหา?คิ้วสีอ่อนขมวดเป็นปมคลายออกอย่างรวดเร็ว
ใช่ฉันชอบนายรอยยิ้มที่ดูยียวนถูกส่งมา แต่ก็ไม่พอที่จะปะทุความโมโหให้กับโทมัสได้
ฉันไม่ถนัดมาสารภาพรักโรแมนติกอะไรแบบนั้นหรอกนะ แต่ฉันชอบนายจริงๆ แซงสเตอร์” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนแผ่ซ่านไปด้วยความรู้สึกที่จริงจังกว่าครั้งที่ผ่านมา เขาเน้นย้ำนามสกุลของอีกคนเพื่อบ่งบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
“…” จากความงุนงงแปรเปลี่ยนไปอีกอารมณ์หนึ่ง ใบหน้าหวานขึ้นสีเป็นรอบที่เท่าไรก็ไม่รู้แล้วของวันนี้ พลางทำให้ดวงตาสีน้ำตาลเข้มหลุบมองพื้นโดยอัตโนมัติ
ดีแลนไม่พูดอะไร แต่เขาค่อยๆใช้มือเชยคางมนของอีกคนขึ้นมาแทน โทมัสยังคงหลบตาและไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย นิ้วโป้งหนาเกลี่ยรอบริมฝีปากอิ่มก่อนที่จะกดจูบลงไปอีกครั้ง ครั้งนี้โทมัสรู้สึกกับมันมากกว่าเดิม อะไรๆที่คลี่คลายทำให้รสจูบครั้งนี้ทั้งหวานหอมและร้อนรุ่ม รู้สึกได้ว่าโพรงปากของเขากำลังถูกกวาดต้อนราวจะสูบรสหวานไปให้หมดสิ้น ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดพันกันเหมือนกับไม่อยากจะจากไปไหน ร่างบางรู้สึกถึงโครงเหล็กที่เย็นเฉียบของเสาเตนท์ แต่ความร้อนรุ่มที่ก่อเกิดในร่างกายกลับทำให้ความรู้สึกนั้นมลายไปหมดสิ้น เขาตัดสินใจโอบแขนรอบคอของอีกคนแทนกับเสาหลัก เพราะขาคู่นี้มันแทบจะยืนพื้นไม่ได้อยู่แล้วนั่นแหละ…
คนอะไรจูบเก่งเป็นบ้าโทมัสคิด
เวลาช่างผ่านไปเนิ่นนานราวกับความฝัน
แต่หลังจากที่ริมฝีปากของทั้งคู่ผละออกมาจากกัน ดวงตาสีอ่อนที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เขารู้ว่านี่คือความจริง...
โทมัสและดีแลนยิ้มออกมาบางๆให้กัน ก่อนที่ใบหน้าจะค่อยๆเลื่อนเข้าใกล้กันอีกครั้งในราตรีที่เงียบสงัด
.
.
.
กล้องพร้อม นักแสดงพร้อม เทปเดินซีน 7 คัท 2 เทค 5
แอคชั่น!”

ได้ยินเสียงนั่นไหม?... มันเป็นเสียงของวงกตที่เคลื่อนสลับกันไปมาทุกคืน
“…”
บทเดิมๆที่ทั้งคู่ส่งกันไปมาอย่างคล่องแคล่วขึ้นจน เวส บอล ยอมรับว่าเขาตกใจเล็กน้อยโดยเฉพาะกับฉากสุดท้ายที่เขาเพิ่งบอกไปเมื่อวาน

ทั้งคู่กลับสามารถมองตากันโดยสื่อถึงความห่วงใยได้มากกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก